ss ขายตรง MLM ประกันภัย | JIPATA INDEX นานาสาระน่ารู้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายตรง MLM ประกันภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายตรง MLM ประกันภัย แสดงบทความทั้งหมด

นักขายกับภาวะผู้นำ

เราจะเห็นอยู่บ่อยครั้งที่การปรับ เลื่อนตำแหน่งของฝ่ายขายมักจะปรับเลื่อนตำแหน่งจากภายในเสียเป็นส่วนมาก เรียกว่า จะต้องเป็นลูกหม้อและเติบโตมากับองค์กร เช่น คัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าทีมขายก็มักจะเลือกจากพนักงานขายในฝ่ายหรือใน ทีมนั้นๆ หรือการเลือกตำแหน่ง ผู้จัดการทีมก็เช่นกัน ส่วนมากมักจะเลือกจากหัวหน้าทีมขาย ซึ่งมีลำดับขั้นตอนที่ค่อนข้างจะชัดเจน

          ส่วนหนึ่งก็พิจารณาถึงผลงานที่ผ่าน มาของบุคคลนั้นๆ เป็นองค์ประกอบหลัก ที่บอกว่าเป็นองค์ประกอบก็คือ ผลงานเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นในการพิจารณายังมีอีกหลายองค์ประกอบ ที่จะต้องพิจารณาร่วมกัน เช่น อายุงานประวัติการทำงาน ความประพฤติส่วนตัว และสิ่งสุดท้ายคือ มีความเป็นผู้นำหรือไม่ ในองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้มีส่วนสำคัญมากของการเป็นหัวหน้าคน นักขายหลายคนมีมุมมองว่าต้องอยู่นาน และมักมีผลงานดีเด่นก็มักจะได้รับคัดเลือกให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

          ความคิดนี้ไม่ถูกเสมอไปถึงแม้ว่าการ บริหารการขายนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้คนมีประสบการณ์การขายมาก่อนก็ตาม ประสบการณ์ขายไม่ใช่หมายถึงว่าผู้มีประสบการณ์การขายมานานมักจะเป็นผู้ที่มี ผลงานดีเสมอไป ผู้บริหารหลายคนหรือในหลายองค์กร มักจะเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ผิดไป จึงมักจะแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งนักขายที่มีผลงานดีเด่นขึ้นมาเป็นหัวหน้า ทีมขายอยู่บ่อยๆ

          ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้ยังไม่มีภาวะผู้นำพอ ผลก็คือองค์กรจะได้หัวหน้าทีมขายที่ขาดประสิทธิภาพไม่สามารถทำทีมได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของลูกทีม สุดท้ายทีมก็มีปัญหาภายหลัง ในขณะเดียวกันองค์กร ก็จะเสียพนักงานขายที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย และสุดท้าย องค์กรก็อาจจะเสียบุคลากรที่ดีไป

          เรามักจะเห็นได้อยู่บ่อยๆ เช่นตอนเป็นนักขาย เขาสามารถสร้างผลงานการขายได้ดี แต่พอเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมขาย เขากลับไม่ประสบผลสำเร็จอย่างนี้เป็นต้น ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่หมายความว่า การคัดเลือกหัวหน้าทีมจะต้องพิจารณาจากบุคคลภายนอกซึ่งไม่เห็นด้วยแต่สิ่ง ที่ต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดี ก็คือ การมีภาวะผู้นำของบุคคลนั้นๆ ต่างหาก ในหลายองค์กรมีการฝึกอบรมให้เป็นผู้นำ เช่น นักขายที่มีผลงานดีในระดับหนึ่ง องค์กรก็จะคัดเลือกให้บุคคลเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมให้เป็นผู้ นำต่อไป เพื่อเป็นการรองรับกับการเจริญเติบโตขององค์กรในอนาคต

          รวมทั้งเพื่อเก็บรักษาทรัพยากรบุคคลของบริษัท คือทำให้บุคลากรมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายองค์กร จะต้องมีการลง ทุนและคิดว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามหาศาล ถ้าองค์กรสามารถพัฒนาบุคคลในองค์กรให้มีความก้าวหน้า จากนักขายเป็นหัวหน้าทีมขาย เป็นผู้จัดทีมขาย และสุดท้ายอาจเป็นผู้จัดการฝ่ายขายหรือผู้จัดการฝ่ายตลาด สิ่งสำคัญที่ได้นอกเหนือจากบุคลากรเหล่านี้จะอยู่กับองค์กรนานแล้วผลพลอยได้ ที่องค์กรจะได้รับและมีค่ายิ่งคือ วัฒนธรรมขององค์กร องค์กรจะมีรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่นพี่สอนรุ่นน้องให้ประสบความสำเร็จ

          แต่สิ่งที่อยากเน้นเพราะเห็นว่าเป็น อันตรายต่อองค์กรอย่างมาก ก็คือ การแบ่งพรรคแบ่งพวกภายในองค์กร โดยเฉพาะการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ที่ไม่คำนึงถึงความเหมาะสม แต่จะคำนึงถึงว่าใครเป็นเด็กใคร ใครเป็นพวกใคร สุดท้ายองค์กรก็อยู่ไม่รอด

          เปรียบเหมือนกับเรือ ถ้าขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยทำงานประสานกันคนละไม้คนละมือ เรือลำนั้นก็อาจไปไม่ตลอดรอดฝั่ง อย่าลืมคำนิยามของนักบริหาร กล่าวคือ "ต้องใช้คนให้ถูกกับงาน" คนทำงานก็จะมีความสุข องค์กรก็เจริญรุ่งเรือง และสิ่งที่ผู้บริหารต้องตระ หนักไว้เสมอว่า การไปโปรโมตเป็นดาบสองคมเสมอถ้าแต่งตั้งไม่ถูกคน แทนที่จะส่งเสริมให้คนคนนึงก้าว หน้า กลับกลายเป็นฆ่าเขาอย่างเลือดเย็น

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

สร้างเครือข่ายคนดี เป็นนักธุรกิจประสบความสำเร็จ

การสร้างเครือข่ายคนดีนั้น ที่เป็นนักธุรกิจนั้น ทำอย่างไรนั้นถึงจะประสบผลสำเร็จ ?

          A : ความเดือนร้อนเกี่ยวกับเศรษฐกิจในบ้านเมืองเรา อยู่ตรงที่นักธุรกิจไทยไม่ค่อยชอบสร้างเครือข่าย เลยกลายเป็นว่าประเทศไทย ของเราที่ผ่านมา นักธุรกิจประเภทเดียวกัน แทนที่จะช่วยกันสร้างเครือข่าย กลายเป็นว่ากลับมาฟาดฟันกันเอง


          ผลสุดท้าย แม้ไม่มีใครมาทำลายเรา เราก็ทำลายกันเองเสียแล้ว เช่น แข่งขันตัดราคาสินค้ากันเอง เป็นต้น ความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาติจึง ได้เกิดขึ้น เพราะว่า แต่ละคนล้วนมองเห็นแต่ประโยชน์ ส่วนตนเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องของคนที่มีใจคับแคบ เพราะฉะนั้น คนที่ใจคับแคบจึงสร้างเครือข่ายคนดีไม่ได้ การจะสร้างเครือข่ายคนดีของนักธุรกิจได้สำเร็จนั้น สิ่งสำคัญก็คือ ต้องฝึกตนให้เป็นคนสายตายาว สายตายาวในที่นี้ไม่ใช่ต้องประกอบแว่น แต่หมายถึง มีสายตายาวจนกระทั่งมองกันข้ามชาติไปเลย

          คือมองว่า ที่เกิดมาชาตินี้ เราเกิดมาเพื่อสร้างบุญสร้างบารมี เกิดมาเพื่อทำความดี เกิดมาเพื่อปราบกิเลสให้หมด แล้วทำพระนิพพานให้แจ้ง แต่ในระหว่างสร้างบุญสร้างบารมีนั้น ยังต้องกิน ต้องใช้ ก็เลยต้องมาประกอบอาชีพ ประกอบธุรกิจกัน เมื่อยังต้องประกอบธุรกิจ ก็ขอให้มองว่า การประกอบธุรกิจนี้ไม่ใช่เป้าหมายชีวิต แต่เป็นเพียงแค่ทางผ่าน เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ในการสร้างบุญสร้างบารมี เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ในการปราบกิเลสให้หมดไปเท่านั้น เมื่อมองอย่างนี้แล้ว ใจของเราจะใหญ่ สายตา ของเราจะยาว

          จากนั้นก็มองต่อไปว่า ที่เราจะสร้างเครือข่ายนักธุรกิจนี้ ไม่ใช่แค่รวมเงินทุนกันเท่านั้น แต่ว่า เป็นเรื่องของการรวบรวมคนดี รวบรวมนักสร้างบารมี ให้มาอยู่ร่วมกัน

คุณสมบัติของผู้ที่เป็นสมาชิก

          เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใน เครือข่ายคนดีของเรา จึงต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

          ๑. ประกอบสัมมาอาชีวะ ไม่ เกี่ยงว่าใครจะมีอาชีพอะไร ไม่ว่าจะประกอบอาชีพต่างกัน หรือว่าเหมือนกันก็ตาม ขอให้เป็นสัมมาอาชีวะเป็นพอ คือ ไม่ประกอบอาชีพต้องห้าม เช่น อาชีพตั้งซ่อง อาชีพค้าเหล้า อาชีพค้าอาวุธ เป็นต้น
          ๒. ไม่ติดอบายมุข ผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิก ต้องไม่แตะต้องอบายมุขทุกชนิดเป็นอันขาด
          ๓. ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม ถ้าใครไม่รักษาศีลกันละก็ คงไปด้วยกันไม่ได้
เพราะ ว่าเครือข่ายนี้ นอกจากจะประกอบอาชีพร่วมกันไป ช่วยเหลือกันไปแล้ว เมื่อมีโอกาสก็ต้องทำสังคมสงเคราะห์ ศาสนาสงเคราะห์ด้วย บุญทานอะไรมีโอกาสก็รีบช่วยกันทำ อย่างนี้บุญบารมีเกิดขึ้นตลอดทางทีเดียว

วิธีปฏิบัติตนเมื่อเข้าเป็นสมาชิก
          จากนั้น เวลาร่วมเป็นองค์กร หรือเป็นเครือข่าย กันแล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติต่อกัน ก็คือ
          ๑. นอกจากใช้ทรัพย์เป็นทุนในการประกอบ ธุรกิจแล้วจะต้องแบ่งทรัพย์นั้น มาช่วยกันสร้างเครือข่ายคนดีต่อไปอีกด้วย
          ๒. นอกจากจะเอาความรู้ความสามารถ มาแลกเปลี่ยนเป็นทุนกันแล้ว ก็อย่าลืมเอาความดี ทั้งหลายที่ต่างคนต่างมีอยู่ มาแลกเปลี่ยนกันอีกด้วย

          คือ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านธรรมะ ความสามารถในการปฏิบัติธรรม เทคนิคในการเข้าถึงธรรมในแง่มุมต่างๆ เทคนิคในการรักษาศีล ตั้งแต่วิธีรักษาทีละวัน ทีละเดือน ทีละพรรษา ทีละปี แล้วก็เอามารวมกันเป็นทุนทางด้านอริยทรัพย์ ไม่ใช่เป็นทุนทางด้านโลกียทรัพย์

          อย่างนี้เครือข่ายคนดีของนักธุรกิจ ก็จะเกิดขึ้นเต็มแผ่นดิน แล้วการร่วมลงทุนก้อนโต ๆ กันก็คงไม่ยาก และเมื่อนั้น การที่จะถูกต่างชาติมาบีบ มาคั้น มาดูดเงินจากเมืองไทย จนกระทั่งเลือดไหลทางเศรษฐกิจไม่หยุด ก็จะได้หมดไปเสียที

ที่มา : วารสารอิ่มบุญ www.kalyanamitra.org

เอวอนชูสุดยอดนวัตกรรม "เอนิว 360ไวท์"

บริษัทเอวอน คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงด้านความงามอันดับ 1 ของโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงาม จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวล่าสุดระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ในกลุ่ม ANEW “เอนิว 360 ํ ไวท์” อย่างยิ่งใหญ่  พร้อมสัมผัสความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีผ่านการฉายภาพยนตร์ 3 มิติ


          นอกจากการเสวนาด้านความงามเกี่ยวกับเทคโนโลยีพื่อความกระจ่างใสและคุณสมบัติ อันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์โดย นายแพทย์ไพรัช บุญทรัพย์ทิพย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และคุณลูกเกด เมทินี กิ่งพโยม ดารา-นางแบบชื่อดังแล้ว ภายในงานยังมีการนำเสนอนวัตกรรมอันก้าวล้ำของผลิตภัณฑ์

 เอนิว 360 ํ ไวท์ ผ่านการฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ด้วยการจำลองภาพการทำงานของส่วนผสมอันทรงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่อกระบวน การผลิตเม็ดสีเมลานินให้เห็นอย่างเด่นชัดด้วยภาพ 3 มิติ  สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

          เอนิว 360 ํ ไวท์  เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใสและลดเลือนรอยด่างดำ ด้วยเทคโนโลยี “ไวท์ทอลลิตี้” ที่ได้ผสาน 3 เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากเอวอนเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว  ที่ไม่เพียงแต่เปิดพลังเพื่อผิวแลดูกระจ่างใสเท่านั้น แต่ยังสร้างความมีชีวิตชีวาและเปล่งปลั่งให้แก่ผิวอีกด้วย และถือเป็นครั้งแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ANEW ที่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ชาว ญี่ปุ่น ดร. ยูจิ ยามากุจิ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยเกี่ยวกับเม็ดสีผิวแห่งมหาวิทยาลัย เจพี โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และนักวิทยาศาสตร์อเมริกันแห่งสถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เอวอน เมืองซัฟเฟิร์น นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา

          “เอนิว 360 ํ ไวท์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อผิวแลดูกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เอนิว ซึ่งถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโลกของเอวอน จากการศึกษามุ่งมั่นเรื่องความต้องการของผู้หญิงเอเชีย ทุ่มเทค้นคว้าวิจัยจากนักวิจัยทั่วทุกมุมโลกกว่า 100 คน เป็นเวลาต่อเนื่องกว่า 10 ปี ผ่านการทดสอบทางงานวิจัยเพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของนวัตกรรมแห่งความ กระจ่างใส แบบ  360 ํ จากเอนิว ไวท์ ” คุณวัลลภา นฤนาทวานิช กรรมการผู้จัดการประจำเอวอนประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย

          เกี่ยวกับเอวอน
          เอวอนเป็นบริษัทที่ใส่ใจเข้าใจผู้หญิงทั่วโลก    เป็นบริษัทผู้นำด้านความงามระดับโลก ด้วยรายได้ประจำปีประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ     ในฐานะที่เป็นบริษัทขายตรงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เอวอนทำการตลาดสู่ผู้หญิงมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกโดยผ่านทางผู้จำหน่ายอิสระเอวอนกว่า 6.2 ล้านคน กลุ่มผลิตภัณฑ์เอวอน ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ชุดชั้นใน และเครื่องประดับ เอวอนมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เอนิว (Anew), สกิน-โซ-ซอฟท์ (Skin So Soft), เอวอน โซลูชั่น (Avon Solutions), เอวอน แนชเชอรัลส์ (Avon Naturals)  หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอวอน สามารถค้นหาข้อมูลได้ที่ www.avon.com หรือ  www.avon.co.th

          หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

          แถลงข่าวในนาม         : บริษัท เอวอน คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด
          รายละเอียดเพิ่มเติม     : มณธิตา ประณิธิพงศ์ (montita.pranitipong@avon.com)
                                             เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด  โทร 02-7299782

มิสทีน สร้างเซอร์ไพรสธุรกิจ

มิสทิน' สร้างเซอร์ไพรส์ธุรกิจ ประกาศผุดคลังสินค้ามูลค่า 400 ล.
‘มิสทิน’ เผยตัวเลขไตรมาสที่ 1 พบยอดขายพุ่งเติบโต 15% แจงธุรกิจเติบโตได้ด้วยสินค้าและจำนวนสาวมิสทินที่เพิ่มขึ้น...ล่าสุดส่ง ผลิตภัณฑ์ มิสทิน บีบี วันเดอร์ คอมแพคมัดใจวัยโจ๋ พร้อมทุ่มงบ 50 ล้านบาท สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ กระชากใจวัยโจ๋ โดยการดึง ‘คารา’ 1 ใน 10 ไอดอล กลุ่มนักร้องหญิงเกาหลีตอกย้ำความแรงธุรกิจ ลั่น!เตรียมทุ่มงบ 400 ล้าน สร้างคลังสินค้าเนื้อที่ 8 ไร่ รองรับอัตราการเติบโต คาดอีก 2 ปีแล้วเสร็จแน่!

แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจจะย่ำแย่หรือว่าจะรุ่งโรจน์สักเพียงใด ความหล่อความสวยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นเครื่องสำอางยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเรื่อยมา ยิ่งปัจจุบันเทรนด์เกาหลีกำลังฟีเว่อร์อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเกาหลี เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และอื่นๆ รวมไปถึงเครื่องสำอางที่มีผู้ประกอบการหลายต่อหลายที่ ต่างมีการนำเข้ามาจำหน่าย ซึ่งต่างได้รับการยอมรับอย่างถ้วนหน้าเช่นเดียวกับ “มิสทิน” ที่ก็ได้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอยู่เรื่อยมา...

           ทั้งนี้ “ดนัย ดีโรจนวงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอาง

           แบรนด์ “มิสทิน” เผยถึงภาพ รวมธุรกิจในไตรมาสแรกของปีนี้นั้น “มิสทิน” สามารถเติบโตได้ถึง 15% ส่วนหนึ่งที่เติบโตได้เป็นเพราะทางมิสทินมีสินค้าใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ และสินค้าแต่ละตัวต่างได้รับการยอมรับของผู้บริโภคทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มิสทินเติบโตนั่นก็คือ จำนวนสาวมิสทินที่เพิ่มขึ้น

           อีก 15% จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 8.5 -8.6 แสนคน และยังมียอดสั่งซื้อต่อบิลสูงขึ้นตามลำดับอีกด้วย จากปีที่ผ่านมาที่มียอดการสั่งซื้อต่อบิล 1,500 บาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 1,750 บาท...

           “ดนัย” กล่าวต่ออีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันนี้ คือ “อายไลเนอร์” ที่มีแพนเค้กเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งขายดีมากใน 2 เดือนที่ผ่านมา เรียกได้ว่า ขาดตลาดไปแล้ว เนื่องจากเกาหลีผลิตไม่ทันต่อความต้องการ “แป้ง นัมเบอร์ วัน พริ้นเซส” ที่อั้ม พัชราภา เป็นพรีเซ็นเตอร์ขณะนี้ขายดีมาก และ ที่ปัดแก้ม “ Sexy Cheek” ที่มีกิ๊บซี่เป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ขายดีมากเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันพบว่า กำลังซื้อในต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ นั้นมีสัดส่วนที่เท่ากัน ประมาณ 20% เพราะคนที่อยู่บ้านจะมีกำลังซื้อมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีสาวมิสทินที่นำไปเสนอถึงที่บ้านด้วย

...สำหรับผลิตภัณฑ์ “บีบี” ที่มีการนำเข้าโดยตรง

           จากเกาหลีนั้น ในช่วงเริ่มต้นต้องบอกว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักว่า “บีบี” คืออะไร ซึ่ง “มิส ทิน” ถือเป็นผู้นำรายแรก

           ที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ...จนวันนี้ต้องบอกว่า หญิงไทยต่างชื่นชอบสินค้า “มิสทิน” ที่มีส่วนผสมของบีบีในทุกประเภทมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน “มิสทิน” มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ บีบี ที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของผู้หญิง เรียกได้ว่า ผลิต ภัณฑ์บีบี ของ

           “มิสทิน” ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการเครื่องสำอางเลยก็ ว่าได้ เพราะ 1 -2 ปีที่ผ่านมาเทรนด์เกาหลีไม่ตกเลย…

           ซึ่งล่าสุด! “มิสทิน” ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ มิสทิน บีบี วันเดอร์ คอมแพค (Mistine BB Wonder Compact) นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของ บริษัท คอสเมก้า จำกัด (Cosmeca Co.,ltd) บริษัทผู้ผลิตชั้นนำในประเทศเกาหลี ซึ่งได้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจล่าสุด เพื่อหญิงไทยได้มีโอกาสสัมผัสความมหัศจรรย์ก่อนใคร

           ด้วยรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สะดวกใช้ เนื้อครีม บีบี ที่เบาบาง เกลี่ยบนใบหน้าได้อย่างง่ายดาย เนรมิตผิวหน้าสวย นวลเนียนเป็นพิเศษกระจ่างใส สไตล์เกาหลีอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมคุณสมบัติ

           กันแดด มิสทินมั่นใจ “มิสทิน บีบี วันเดอร์ คอมแพค” จะทำให้คุณหลงรัก บีบี ครีม ยิ่งกว่าที่คุณเคยรัก...

           ทั้งนี้ “บี บี” มีต้นกำเนิดมาจากเกาหลี ประเทศผู้คิดค้นและถือครองสิทธิ์ รวมถึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญขั้นสูง ดังนั้น บีบี ที่ดีที่สุด จึงจำเป็นต้องนำเข้ามาจากประเทศเกาหลี และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่า “มิสทิน” ได้นำสินค้าลิขสิทธิ์แท้ของจริงมาสู่ผู้บริโภค จึงได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท นำศิลปิน “คารา” ถือเป็น 1 ใน 10 ไอดอล กลุ่มนักน้องผู้ทรงอิทธิพลของเกาหลีมาตอกย้ำให้ชัดเจนว่าให้กับ

           “มิสทิน” คือจ้าวตลาดบีบีในประเทศไทย …

           “คารา” เป็นวงนักร้องหญิงที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก มีผลงานอย่างต่อเนื่อง มีความหลากหลายในบุคลิก มีความพร้อมในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ความสวยสไตล์เกาหลี ความสามารถเรื่องการร้องเพลง การเต้น และมีแฟนเพลงมากมายทั้งในเกาหลีและไทย...

           “ดนัย” กล่าวต่ออีกว่า “มิส ทิน บีบี วันเดอร์ คอมแพค” นี้จะเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุ 18 -25 ปี และในปี’53 “มิสทิน”จะมีการลงทุนเพิ่ม 400 ล้านบาท ในการสร้างคลังสินค้าที่มีเนื้อที่ 18 ไร่ โดยคาดการว่า 2 ปีน่าจะแล้วเสร็จ และรองรับยอด 10,000 ล้านบาทในปี’54 ด้วย...

ที่มา : หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ