ss กีฬาและอุปกรณ์ | JIPATA INDEX นานาสาระน่ารู้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬาและอุปกรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬาและอุปกรณ์ แสดงบทความทั้งหมด

ประวัิติและความเป็นมาของกีฬา ฟุตซอล

ฟุตซอล (futsal) เป็นกีฬาประเภทหนึ่งลักษณะการเล่นเหมือนฟุตบอล แต่เป็นการเล่นในร่ม โดยฟีฟ่าเป็นองค์กรที่ควบคุมการเล่นฟุตซอลทั่วโลก ชื่อ ฟุตซอล มาจาก ภาษาโปรตุเกส ว่า futebol de salão และ ภาษาสเปน ว่า fútbol sala ซึ่งทั้งสองคำหมายถึง ฟุตบอลที่เล่นในห้อง
 
futsal (ฟุตซอล)
การเล่นฟุตซอลจะแบ่งออกเป็นสองทีม โดยแต่ละทีมมีทั้งหมด 5 คน รวมผู้รักษาประตูข้างละ 1 คน ลูกบอลที่ใช้เล่นจะมีขนาดเล็กกว่าลูกฟุตบอลทั่วไป และจะหนักกว่า
 
ประวัติ 
ฟุตซอลเกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศแคนาดา ในปี พ.ศ. 2397 เนื่องจากอากาศหนาวจึงไม่สามารถเล่นฟุตบอลกลางแจ้งได้จึงไปใส่ในสนาม บาสเกตบอล เรียกว่า อินดอร์ซอคเกอร์ และได้รับความนิยม จนเมื่อปี พ.ศ. 2475 โรเจอร์ แกรน ได้กำหนด กฎ กติกา สำหรับฟุตซอลขึ้น และจัดการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกเมื่อปี 1965 ที่อเมริกาใต้และ ปารากวัยได้แชมป์ในสมัยแรก ต่อมา ฟีฟ่า เข้ามาจัดการแข่งขันฟุตซอลโลก ครั้งแรกที่ เนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2532
 
การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 
การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกเริ่ม จัดขึ้นในปี 1989 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีทีมที่ร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 16 ทีม ซึ่งทีมที่ได้แชมป์คือ ทีมชาติบราซิล ซึ่งชนะเนเธอร์แลนด์ 2-1 และตำแหน่งดาวยิงสูงสุดคือ Laszlo Zladany ทีมชาติฮังการี ทำได้ 7 ประตู
 
การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่ฮ่องกงในปี 1992 และบราซิลก็ได้แชมป์สมัยที่2อย่างสวยงาม ด้วยการถล่มสหรัฐอเมริกา 4-1 ส่วนดาวซัลโวคือ Rajabi Shirazi ทำได้16ประตู
 
การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 จัดที่สเปนในปี 1996 ทีมชาติบราซิลก็ยังคงครองเจ้าสนามโต๊ะเล็กอีกครั้งด้วยการพิชิตสเปนเจ้า ภาพ 6-4 ตำแหน่งดาวซัลโวคือ Manoel ทีมชาติบราซิล 14 ประตู
 
การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 4 กัวเตมาลา 2000 ซึ่งในครั้งนี้ทีมชาติไทยได้ลงสังเวียนระดับโลกเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าจะแพ้ทั้ง3นัดแต่ก็เป็นการชิมลางในระดับโลกได้เป็นอย่างดี และสเปนก็รองแขมป์เก่าก็กลับมาทวงแค้นด้วยการเอาชนะบราซิล 4-3 คว้าแขมป์ไป ครองอย่างพลิกความคาดหมาย ดาวซัลโว Manoel Tobias ทีมชาติบราซิล 19 ประตู
 
การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 5 ไทเป 2004 ทีมชาติไทยก็ยังมีโอกาสมาโชว์ฝีเท้าอีกครั้ง และครั้งนี้ยังเก็บได้3แต้ม ด้วยการชนะออสเตรเลีย 3-2 ส่วนแชมป์ตกเป็นของสเปนซึ่งเอาชนะอิตาลี 2-1
 
ขอบคุณที่มา : wikipedia.org

"กาบัดดี้" กีฬาโบราณประวัติยาวนานกว่า 4,000 ปี

"กาบัดดี้" กีฬาชื่อแปลกนี้ถือเป็นหนึ่งในกีฬาโบราณที่มีการละเล่นยาวนานมากว่า 4,000 ปีแล้ว เป็นกีฬาที่ฝึกทั้งทักษะการต่อสู้และไหวพริบ ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนว่ากีฬาประเภทนี้จะได้รับความสนใจจากวัยโจ๋มากขึ้น เพราะกาบัดดี้เรียกได้ว่าสร้างความตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้กีฬาประเภทอื่น

กาบัดดี้
          กาบัดดี้ จึงเป็นหนึ่งในกีฬาที่เรียกความสนใจให้กับเยาวชนที่มาร่วมงานมหกรรมกีฬามหามงคล ปี 2552 จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร และการกีฬาแห่งประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "พลังกีฬา 7 วัน ออกกำลังกายทั้งครอบครัว" ณ สนามกีฬาอินดอร์สเตเดียมหัวหมาก เมื่อเร็วๆ นี้

          การแสดงดังกล่าวได้รวมเอาน้องๆ จากสมาคมกาบัดดี้แห่งประเทศไทยที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ผลัดกันรุกและรับ จำนวนผู้เล่นจะมีฝ่ายละ 7 คน

          เริ่มด้วยฝ่ายรุกจะออกมาคนเดียวพร้อมกำหนดลมหายใจ และวิ่งเข้าไปทางฝ่ายรับที่มีอยู่ 7 คน ซึ่งจับแขนคอยต้อนคนที่บุกเข้ามา ลีลาของนักกีฬานั้นทางฝ่ายรุกมีทั้งท่ากางแขนหลอก หรือท่าจระเข้ฟาดหาง ส่วนฝ่ายรับก็ต้องต้อนกันเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหลุดลอดกลับไปยังดินแดนตัวเอง ได้

          อาจารย์ สมปราชญ์ ผลชู ประธานฝ่ายเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญกีฬากาบัดดี้ของการกีฬาแห่งประเทศไทย เล่าว่ากาบัดดี้เป็นชื่อของกีฬาชนิดหนึ่งที่คนอินเดียเรียกกัน ถ้าจะเปรียบเทียบกับเมืองไทยแล้วเปรียบได้กับการเล่นตี่จับบ้านเรานั่นเอง

          "การ ละเล่นชนิดนี้จะช่วยส่งเสริมสมรรถภาพได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่น เพราะนอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ด้านจิตใจยังทำให้อารมณ์แจ่มใส ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของผู้เล่น ไหวพริบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผู้เล่นจึงต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ระบบกล้ามเนื้อและสมองต้องสัมพันธ์กัน ในการแข่งขันผู้เล่นต้องกลั้นหายใจในช่วงหนึ่งของการแข่งขัน ฉะนั้นผู้เล่นต้องมีการควบคุมพลังงานในการเคลื่อนไหวที่ดีด้วย"

          ฟังอาจารย์ผู้ฝึกไปแล้ว มาฟังเพื่อนๆ ผู้หลงใหลในกีฬามหัศจรรย์ชนิดนี้กันบ้าง เริ่มจาก น้องอาย ด.ญ.อลิสา ลิ้มสำราญ จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดพร้าว ที่คว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมเยาวชนหญิงในปี 2552 ประเภทกีฬากาบัดดี้ เล่าว่าเริ่มรู้จักกีฬานี้ตอนปี 2549 ตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจลงเล่นทันที แต่เมื่อลองทำความรู้จักและเล่นไปเรื่อยๆ ก็เริ่มชอบ เพราะกีฬาชนิดนี้หลายคนอาจมองว่าง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วการจะเล่นให้ดีนั้นต้องใช้ทั้งปฏิภาณไหวพริบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ายามเราเป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับ

          น้อง อายยังเล่าถึงประโยชน์ที่ได้รับจากกีฬานี้ว่า แต่ก่อนมีโรคหอบเป็นโรคประจำตัว แต่พอมาเล่นกีฬากาบัดดี้แล้วนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง โรคหอบหืดที่เคยเป็นก็หายไปอีกด้วย ในเรื่องของจิตใจ กีฬาประเภทนี้จะช่วยกล่อมเกลาให้เราเป็นคนที่รู้จักให้อภัยและใจเย็นขึ้นมาก

          ด้าน น้องหมิว น.ส.นาลีรัตน์ เกสโร อายุ 17 ปี หนึ่งในนักกีฬากาบัดดี้ของสมาคมกาบัดดี้แห่งประเทศไทย เล่าว่าเมื่อก่อนเล่นวอลเลย์บอลมาก่อน แต่พอได้รู้จักกีฬาประเภทนี้จากอาจารย์สมปราชญ์ที่มาสอนให้ที่โรงเรียนจึง เริ่มสนใจ เข้ามาฝึกอย่างเต็มตัว เมื่อมาเล่นแล้วจึงรู้ว่านอกจากสุขภาพร่างกายจะดีด้วยแล้ว เรื่องของไหวพริบที่จะต้องคิดวางแผนอยู่ในหัวตลอดว่าทำอย่างไรเราถึงจะได้ แต้มมา อีกทั้งเรื่องของสติและสมาธิที่จะต้องมีติดตัวตลอดเวลา เมื่อฝึกกีฬาประเภทนี้อยู่บ่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าการดำเนินชีวิตประจำวันเรานำเรื่องของสติเข้ามาปรับใช้ได้

          ได้ฟังข้อดีของกีฬากาบัดดี้มากมายอย่างนี้แล้ว ไม่แปลกใจเลยที่กีฬาชื่อแปลกแสนมหัศจรรย์นี้จะเป็นที่นิยมของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจสุขภาพ

ขอบคุณที่มา : http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/9408

ทักษะการเล่นบาสเกตบอล

การเลี้ยงบอล(Dribbling) ขณะเลี้ยงบอล ควรนำลูกบอลไปไว้ด้านข้างลำตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการป้องกันหรือเข้าแย่งจากฝ่ายตรงข้าม วิธีการเลี้ยงบอล ควรใช้นิ้วกดลงที่ลูกบอล อาจใช้ข้อมือช่วยส่งแรง และควรฝึกการใช้มือทั้งสองข้างในการเลี้ยงบอล สิ่งสำคัญของการเลี้ยงบอล คือ ไม่ควรมองลูกบอลที่ตนเองกำลังเลี้ยงอยู่ ให้มองผู้เล่นหรือทิศทางในสนาม การเลี้ยงบอลแบ่งออกเป็นหลายประเภทแล้วแต่สถานการณ์นั้นๆครับ

ทักษะการเล่นบาสเกตบอล 
การเลี้ยงบอลต่ำ เป็นวิธีเลี้ยงบอลเมื่อถูกป้องกันอย่างใกล้ชิด ผู้เลี้ยงบอลต้องย่อตัว ฝ่ามืออยู่บนลูกบอล ในการเลี้ยงบอลให้ลูกบอลกระทบพื้นในระดับต่ำ และควบคุมลูกบอลให้อยู่ข้างลำตัวเพื่อป้องกันการแย่งจากฝ่ายตรงข้ามครับ

การเลี้ยงบอลสูง เมื่อเลี้ยงบอลแล้วไม่มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามป้องกันและต้องใช้ความเร็ว ควรจะใช้การเลี้ยงในลักษณะนี้ โดยการผลักลูกบอลไปข้างหน้า ให้ลูกบอลกระดอนระดับเอว มือไม่จำเป็นต้องอยู่ด้านบน สามารถอยู่ด้านหลังของลูกเพื่อผลักลูกไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

การเลี้ยงบอลสลับซ้าย-ขวา หากฝ่ายตรงข้ามป้องกันอย่างใกล้ชิดและผู้เลี้ยงบอลที่เลี้ยงด้านหน้าของฝ่ายตรงข้าม จะถูกแย่งและปัดบอลได้ง่ายครับ ดังนั้นจึงควรเลี้ยงบอลสลับซ้าย-ขวา เพื่อหลบการปัดหรือแย่งบอลจากฝ่ายตรงข้ามครับ

การเลี้ยงบอลลอดใต้ขา เป็นวิธีการเลี้ยงบอลทีใช้มือกดลูกบอลให้ลอดใต้ขา ใช้ขณะโดนป้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อหลบและเปลี่ยนทิศทางของการเคลื่อนที่ครับ จะทำใหฝ่ายตรงข้ามเสียจังหวะครับ
การส่งบอลสองมือระดับอก เป็นการส่งบอลที่นิยมใช้เป็นส่วนมากครับเพราะเป็นพื้นฐานของการส่งบอลครับ จะต้องดึงบอลเข้าหาลำตัว ปล่อยบอลให้แขนและมือเหยียดออกและสลัดข้อมือเพื่อช่วยส่งแรงครับ

การส่งบอลสองมือกระดอนพื้น เป็นวิธีการส่งบอลขั้นพื้นฐานเช่นกันครับใช้ขณะที่การส่งบอลสองมือระดับอกไม่สามารถใช้ได้ หรือส่งได้ยากครับ

การส่งบอลสองมือเหนือศรีษะ เป็นการส่งบอลให้กับผู้เล่นในการส่งบอลเข้าเล่นจากเส้นหลังหรือใช้กับการเล่นลูกเร็ว อาจจะใช้โดยอาศัยประโยชน์จากความสูงด้วยครับ

การส่งบอลมือเดียวอ้อมหลัง เป็นการส่งบอลที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวอาจจะใช้เพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้ได้ นิยมใช้มากในปัจจุบัน จะต้องมีแรงข้อมือและนิ้ว จึงจะส่งได้อย่างแม่นยำครับ

การยิงประตู(Shooting) หรือที่เรียกกันว่าการชู๊ต สำหรับกีฬาบาสเกตบอลการยิงประตูถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพราะถ้าหากยิงประตูไม่ได้ ก็จะไม่คะแนนถึงแม้จะเลี้ยงบอลได้คล่องแคล่ว หรือส่งบอลได้อย่างแม่นยำ แต่ยิงประตูไม่ได้ ก็ไม่ชนะในการแข่งขันครับ

การยืนยิงประตู การยิงประตูในลักษณะนี้ โดยทั่วไปไม่ใช้ในการแข่งขันเพราะง่ายต่อการป้องกัน และปัดบอล ส่วนมากแล้วจะใช้ในการโยนโทษครับ

การก้าวกระโดดขึ้นยิงประตู หรือที่เรียกกันว่า เลย์อัพนั่นแหละครับ ถ้าหากอยากจะฝึกเรื่องการยิงประตูละก็ ควรฝึกการเลย์อัพเป็นอย่างแรกครับ เพราะการยิงประตูลักษณะนี้เป็นการพาลูกบอลเคลื่อนที่ซึ่งใช้แรงส่งจากการก้าวเท้าและกระโดดลอยตัวยกมือ งอเข่า แล้วปล่อยบอลเบาๆให้กระทบกับแป้นครับ ถ้าปล่อยบอลแรงจะทำให้ลูกกระดอนออกมา ดังนั้นจึงควรออกแรงให้เหมาะกับจังหวะที่กระโดดครับ
การกระโดดยิงประตูเป็นการยิงประตูที่ใช้มากระหว่างการแข่งขัน เพราะสกัดได้ยากและหวังผลได้มากที่สุดครับ แต่จะได้เปรียบถ้าผู้เล่นที่ยิงประตูมีความสูงครับ

การยัดห่วงประตู หรือที่เรียกกันว่า ดั๊งก์ นั่นแหละครับ การยิงประตูลักษณะนี้ใช้ได้เฉพาะกับผู้เล่นที่มีความสูงหรือสามารถกระโดดได้สูงครับ การยิงประตูลักษณะนี้ยากต่อการป้องกันเพราะไม่มีช่วงของลูกบอลที่ลอยอยู่ครับ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อทีมอีกด้วยครับ

ขอบคุณที่มา : http://www.rusoclub.org/bastip.htm

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ