ss เทคโนโลยีและอุปกรณ์สื่อสาร | JIPATA INDEX นานาสาระน่ารู้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยีและอุปกรณ์สื่อสาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยีและอุปกรณ์สื่อสาร แสดงบทความทั้งหมด

ระวังอย่าเอาโทรศัพท์มือถือวางทับบัตรเอทีเอ็ม


ขอแจ้งเตือนเพื่อนสมาชิกนะครับว่า อย่าเอาโทรศัพท์มือถือวางทับบนบัตรเอทีเอ็ม

เพราะคลื่นแม่เหล็กที่โทรศัพท์มือถือปล่อยออกมานั้นจะทำลายข้อมูลที่เก็บอยู่บนแถบเม่เหล็กของบัตรเอทีเอ็ม ทำให้ใช้การไม่ได้ทันที อันเนื่องจากประสบการณ์ด้วยตนเองเมื่อคืนนี้
หลังจากที่ผมไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วเครื่องแจ้งว่ามีแต่ธนบัตรใบละ 100 ซึ่งจะจ่ายได้เพียง 20ฉบับ ผมก้อโอเครับเอาออกมาไว้ก่อน แต่เนื่องจากต้องกดเป็นหมื่นจึงไปหาเครื่องอื่นโดยวางไว้คอนโซลข้างเกียร์
และหยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่เสียบอยู่กระเป๋าหลังออกมาวางทับ ซึ่งปกติไม่เคยทำอย่างนี้ แต่วันนี้ต้องการเอาบัตรไปกดที่อื่นต่อจึงไม่เก็บเข้ากระเป๋าในทันที แต่พอใช้ที่เครื่องอื่นๆก้อแจ้งว่าใส่บัตรผิด ลองถึงสี่ตู้ก้อแจ้งเหมือนกัน จนกระทั่งย้อนกลับไปตู้แรกที่มี่แต่ฉบับละ 100 ก้อไม่ได้เหมือนกัน
http://atcloud.com/stories/24377

เคล็ดลับมือถือยามฉุกเฉินที่ไม่ค่อยมีใครรู้ แต่มีประโยชน์มาก

มือถือ …เชื่อว่าทุกคนต้องมีกันแน่ ๆ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ถึงเคล็ดลับในมือถือ 

1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลกถ้าเกิดหลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณ และเกิดมีเหตุด่วนเหตุร้ายให้ กด 112 แล้วมันจะหาเบอร์ให้อัตโนมัติแม้แต่ล็อคปุ่มก็ยังกดเบอร์นี้ได้
2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ในรถ – สำหรับรถที่ใช้ Remote Keyถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่ดันมีกุญแจสำรองอยู่ที่บ้าน ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ (ต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วย) เมื่อเขารับแล้วให้บอกเขา ให้กดปุ่ม unlock บนกุญแจสำรอง แต่ในขณะนั้นควรนำมือถือให้ห่างจากประตูรถประมาณ 1 ฟุต (ส่วนคนที่อยู่บ้านต้องนำกุญแจมาจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่กดปุ่มด้วย) ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนกดปุ่มรีโมท ส่วนเรื่องระยะทางไม่มีปัญหา แม้รถกับบ้านจะอยู่ห่างกันเป็นร้อย ๆ กม. ก็ตาม
3. กรณีแบตใกล้จะหมด กด *3370# สำหรับมือถือ Nokiaถ้าเกิดแบตเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับ แต่จำเป็นต้องโทรออกให้กด *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมา แล้วแสดงให้เห็นว่า เพิ่มพลังแบตให้ขึ้นมาอีก 50% และมันจะชดเชยส่วนสำรองนี้ในการชาร์จแบตครั้งต่อไป
4. ถ้าโทรศัพท์หายต้องการทำให้ใช้ไม่ได้ตลอดไปในกรณีนี้ต้องใช้ หมายเลข serial number ประจำเครื่อง ซึ่งมี 15-17 หน่วย การที่จะทราบหมายเลขนี้ก็ไม่ยาก กด *#06# แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล จดไว้แล้วเก็บไว้ให้ดี…ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่นให้โทรไปที่ศูนย์แล้ว แจ้งหมายเลขให้เขาไปเขาก็จะบล็อกเครื่องของเราให้ แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน sim card มันก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี
รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมจำและนำไปใช้กันได้
ที่มาจาก:http://www.esanmobile.com/topic/detail.php?g_id=2&sg_id=3&t_id=0800000218

วิธีการเมื่อมือถือหาย ….ให้คนขโมยใช้ไม่ได้ และขายไม่ได้


ในกรณีนี้เราต้องใช้ หมายเลข serial number ประจำเครื่อง ซึ่งมี 15- 17 หน่วย การที่จะทราบหมายเลขนี้ก็ไม่ยากครับ กด * #06# แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล จดไว้ครับแล้วเก็บไว้ให้ดี…. 
ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่นให้โทรไปที่ศูนย์แล้วแจ้งหมายเลขให้เขาไปเขาก็จะบล็อคเ ครื่องของเราให้แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน sim card มันก็จะยัง ใช้ไม่ได้อยู่ดีได้อย่างเดียวคือไว้เขวี้ยงหัวหมาหรือหลังคาคนอื่น (อาจจะหลอกไปขายต่อได้..ถ้าคนซื้อต่อเขาไม่รู้….)
http://atcloud.com/stories/24576

เทคโนโลยีมือถือ 3G

เทคโนโลยีมือถือ 3G  

3G : Third Generation

เทคโนโลยีในยุคที่ 3 เรื่องความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง ทำให้สามารถใช้บริการ Multimedia ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ มีประสิทธิภาพแบบมากยิ่งขึ้น เช่น การรับ-ส่ง File ขนาดใหญ่, การใช้บริการ Video Conference , Download เพลง , ดู TV ในลักษณะแบบ Streaming เป็นต้น
ปัจจุบัน สำหรับประเทศไทย ก็มีการเริ่มทดสอบและใช้งานเทคโนโลยี 3G แล้ว แต่ยังคงสามารถใช้งานได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น

ยุคต่างๆ ของโทรศัพท์มือถือ

  • 1G : First Generationยุคแรกของการใช้งานโทรศัพท์มือถือ เป็นยุค Analog ที่สามารถใช้งานแค่โทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
  • 2G : Second Generationเป็นยุคของ Digital ทำให้สามารถใช้งานเพิ่มเติมจากโทรศัพท์ มาใช้รับส่งข้อมูลได้
  • 2.5G : 2.5 Generation เป็นยุคของระบบ GPRS ที่สามารถใช้งานในเรื่องของ wireless ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
บางข้อมูลก็มีการกล่าวถึง ยุค 2.75G ที่ได้พูดถึงเทคโนโลยี EDGE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส่งข้อมูลแบบไร้สาย ที่พัฒนามาจากพื้นฐาน GPRS

ขอบคุณที่มา : http://www.it-guides.com/index.php/mobile-zone/mobile-technology/127-3g-on-mobile

วิธีแก้ไขเมื่อโทรศัพท์มือถือตกน้ำ

มือถือตกน้ำ

  1. หลังจากเอาขึ้นจากน้ำแล้ว ห้ามกดปุ่ม power โดยเด็ดขาด ถ้าเปิดจะเกิดการลัดวงจร ให้ถอดแบตเตอรี่ให้เร็วที่สุด
  2. หาผ้าเช็ดให้เเห้ง ทั้งด้านนอก แล้วเเบตเตอรี่ แล้วสำรวจดูว่า มีน้ำเข้าส่วนไหนบ้าง
  3. หาถุงพลาสติก ใส่เครื่องไว้แล้วรักยางปิดถุง ไม่ต้องรัดเครื่อง
  4. ห้ามใช้ไดร์เป่าผมเป่า ให้แห้งโดยเด็ดขาด เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ทั้งหลายเกลียด และกลัวความร้อนเป็นที่สุด
  5. หาถุงผ้าหรือผ้าบางๆห่อเครื่องไว้ อย่าลืมเปิดฝาหลัง ที่ฟอกเเบตเตอรี่ด้วย หลังจากห่อแล้วรัดยางเอาไว้ เอาไปฝังในถังข้าวสาร 24 ชั่วโมง
  6. หลังจากผ่านไป 1-2 วัน ก็เอาออกจากถังข้าวสาร แล้วนำเเบตเตอรี่ไปใส่ เพียงแค่นี้ มือถือของคุณ ก็กลับมาใช้ได้ตามปกติ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ